ADS2009 OUTSOURCE BOARD SUPPORT

สำหรับบุคคลภายนอก ติดต่อสอบถาม เท่านั้น - สมาชิกกรุณาตั้งคำถามในห้องที่เกี่ยวข้อง เพื่อความสะดวกในการตอบปัญหา => บุคคลภายนอก ที่ไม่ใช่สมาชิก ติดต่อสอบถามได้ที่นี่ => ข้อความที่เริ่มโดย: ADS2009 ที่ พฤศจิกายน 03, 2017, 02:53:04

หัวข้อ: ►►► ปั่นเว็บอย่างไรให้ได้ผล◄◄◄
เริ่มหัวข้อโดย: ADS2009 ที่ พฤศจิกายน 03, 2017, 02:53:04
จริงๆแล้วได้เขียนบทความวิธีหารายได้ที่ได้ผลจากการใช้งานสคริป และ สามารถใช้ได้ผลในระยะยาว ในบอร์ดนี้ไว้แล้ว รวมถึงเทคนิคต่างๆ ในการหารายได้จากสคริป แต่ก็ยังมีสมาชิกสอบถามเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนมากก็จะมีคำถามที่คล้ายๆกันคือ "ปั่นเว็บอย่างไรให้มีรายได้ดีๆ" หรือ "เว็บปั่นยังทำเงินหรือไม่" สรุปคือสนใจการปั่นเว็บ เพื่อหารายได้จากการปั่นเว็บนั้นเอง

คนส่วนมากจะมองที่ วิธีการปั่น + รายได้จากการปั่น มองแค่สองอย่างนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องเลย งานอะไรก็ตามที่ ได้ลงมือทำเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินหรือรายได้ มันก็คือธุรกิจ ดังนั้นต้องมองงานที่ทำให้เป็นธุรกิจให้ได้ หากมองไม่ออก สิ่งที่ทำมันก็คือการเสี่ยงโชคดีๆนี่เอง ไม่ต่างกับการไปลงทุนซื้อ ล๊อตเตอรี่ เพื่อหวังถูกรางวัล ซึ่งมันหาความแน่นอนไม่ได้เลย

หากจะมองงานให้เป็นธุรกิจก็ต้องเพิ่มวิธีคิดขึ้นมาอีก 2 อย่างคือ

1. การแข่งขัน ธุรกิจต้องมีการแข่งขัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจอยู่แล้ว หากคำนึงจุดนี้ จะทำให้เรามองเห็นวิธีการหลบหลีกการแข่งขันที่แรงๆ เพื่อให้ได้ตลาดที่มีการแข่งขันที่ไม่แรง เพื่อสร้างโอกาสของการขายที่ง่ายขึ้น
 
2. ที่มาของลูกค้า ซึ่งแน่นอนหากทำแบบลงทุนน้อยก็ต้องอาศัยผลจากการทำ SEO หรือ พูดง่ายๆคือ หวังจากผลการค้นหาผ่านแหล่งใหญ่คือ Google นั้นเอง ตรงนี่แหละสำคัญมาก หลายๆคนไปอ่านวิธีการทำเว็บ หรือ การปั่น จากบทความ หรือ บอร์ดต่างๆ ที่เขียนไว้นานมากกว่า 2 ปีขึ้นไป มันถือว่าโบราณไปมากเลย เพราะตัว Google เองก็ต้องแข่งขันกับ Search engine ค่ายอื่นๆเช่นกัน และ ในขณะเดียวกัน Google เองก็พยายามทิ้งระยะห่างของระบบการค้นหาของตนเองให้ดีกว่าคู่แข่งให้มากที่สุด ในโลกของอินเตอร์เน็ตมันไม่มีอะไรที่แน่นอนเลย เมื่อก่อน ICQ ,MSN Messenger ,Skype ,Hi5 ,Yahoo ฯลฯ ดังทะลุฟ้า ดังแบบไม่คิดว่าจะร่วงเลย
แต่มาวันนี้มี Line ,Facebook ,Google และ คงไม่หยุดอยู่แค่นี้

ดังนั้นผู้ให้บริการต่างๆจึงต้องปรับตัวให้เร็วที่สุด ปรับปรุงระบบบริการของตนเองให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด ดีที่สุด ขนาดปรับระบบทุกๆ 6 เดือนนี่ถือว่าช้ามาก
จริงๆควรจะปรับปรุงอย่างน้อยทุกๆ 4 เดือน (3 รอบ/ปี ดูจากผลประกอบการ หรือ ตัวเลขสถิติ) หรือ ทุกเดือนด้วยซ้ำ

แต่เราจะเน้นที่ Google เป็นหลัก เพราะเป็นแหล่ง Traffic ฟรีขนาดใหญ่ สิ่งที่ Google ปรับปรุงจะมาจาก 2 อย่างใหญ่ๆคือ

1. พฤติกรรมของคนทำเว็บทั้งโลก ซึ่งมีทั้งทำโดยสุจริตใจเป็นธรรมชาติ กับ ทำโดยใช้วิธีการซิกแซก เพื่อให้ระบบของ Google คิดว่าดี เพื่อหวังผลในการทำอันดับ
ตรงจุดนี้ Google มองแค่คุณภาพของเนื้อหาเป็นประเด็นหลัก เพราะ Google ต้องการให้ผู้ใช้บริการค้นหาได้ประโยชน์จากผลการค้นหามากที่สุด
โดย Google จะแยกระหว่าง ของดี(Content) กับ ขยะ(Spam) เพื่อให้ง่ายต่อการประมวลผลในการจัดอันดับ นั้นคือกันเอา Spam ออกไปจากการประมวลผล
ก็จะทำให้เหลือ ของดีที่เป็น Content จริงๆไม่มาก ส่งผลให้การประมวลผลเร็ว และ ได้คุณภาพมากขึ้น นี่คือหัวใจหลักของการปรับปรุงระบบของ Google

ดังนั้นการใช้วิธีปั่นโดยไม่วางแผนให้ดีก็จะได้รูปแบบเว็บออกมาเป็นแบบ Spam ในสายตา Google ได้ ซึ่งรูปแบบของ Content ที่ดีเป็นอย่างไร ได้เขียนเป็นบทความไว้ในบอร์ดแล้ว (เฉพาะลูกค้าเท่านั้นที่จะเข้าไปอ่านได้ http://wpboard.net/index.php?board=53.0)

2. คุณภาพของคู่แข่ง ซึ่ง Google ก็ต้องติดตามและ ดูความคืบหน้า หรือ ก้าวของการพัฒนาระบบของคู่แข่ง เพื่อให้ระบบของ Google เป็นที่หนึ่งตลอดเท่าที่จะทำได้
ตรงนี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งในการปรับปรุงระบบของ Google

มือใหม่อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะงง และ นึกยังไม่ออกว่า เทคนิคปั่นเมื่อก่อน กับ ทุกวันนี้ต้องทำอย่างไร มันต่างกันอย่างไร
เอาเป็นว่าหากย้อนไปซัก 5-7 ปีก่อน ตอนนั้นแค่ใส่คีย์เวิร์ดหว่านลงไปมาก และ ใส่สีตัวอักษรขาว และ สีพื้นขาว คนอ่านมองไม่เห็นทำให้ดูสบายตา
แต่ Google มองเห็นความเป็นคีย์เวิร์ด ทำให้ระบบ Google หลงไปคิดว่านี่คือบทความคุณภาพ ใครใช้วิธีนี้ต่างก็ทำอันดับได้ดี แต่เนื้อหาไม่มีคุณภาพจริงๆ
นี่คือพฤติกรรมของคนทำเว็บที่พยายามหาช่องเอาเปรียบคนทำเนื้อหาคุณภาพจริงๆ

ต่อมา Google จับวิธีการดังกล่าวได้ คนทำเว็บที่คิดหาทางซิกแซก ก็ใช้วิธีเขียนคำที่เป็นคีย์เวิร์ดเวิร์ดซ้ำๆลงไปในบทความ เช่น
"กล้องดิจิตอล Canon EOS 200D คือกล้องดิจิตอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปีนี้ กล้อง Canon EOS 200D มีคุณสมบัติ....
กล้อง Canon EOS 200D มีข้อดี.... กล้อง Canon EOS 200D มีราคาถูกที่สุด"
คือเน้นคีย์เวิร์ดว่า Canon EOS 200D เต็มไปหมด ซึ่งกลไก Google เองก็ยังแยกไม่ออก ส่งผลให้กลไก Google คิดว่าเป็นบทความคุณภาพ
และยังมีอีกมากมายหลายวิธีที่เคยหลอก Google ได้ แต่ปัจจุบันนี้วิธีซิกแซกเหล่านี้โดน Google จับได้แล้ว แต่ก็ยังมีวิธีพิสดารต่างๆที่ บรรดาเซียนๆ
หาช่องทางหบอก Google อยู่ และ Google เองก็กำลังหาวิธีอุดช่องโหว่งเช่นกัน

หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด สมัยก่อน Google ก็เปรียบเหมือน กระดานที่ใช้กับลูกดอกปาเป้า ตัวเนื้อกระดานค่อนข้างอ่อนปักง่าย แถมโอนเอนไปมาตามแรงลม
ลูกดอกทื่อๆ ปาไม่ต้องออกแรงมากก็ปักเข้าง่ายๆ แถมกระดานแกว่งไปมาโอกาสที่ลูกดอกจะโดนเป้าก็มีมากขึ้น จะเห็นว่าไม่ต้องใช้ลูกดอกที่มีคุณภาพมาก อาศัยจำนวนลูกดอกปาออกไป แถมกระดานก็แกว่งไปมา ทำให้จำนวนลูกดอกโดนเป้าก็มีมาก

ปัจจุบันกระดานมีผิวที่แข็งและทนทาน แถมค่อนข้างนิ่งแกร่งน้อยมาก ต้องอาศัยคุณภาพของลูกดอกที่พุ่งได้ตรงและปลายแหลมคม และบวกกับการออกแรงปาที่ต้องแม่นและแรงจึงจะปักเข้าเป้าได้ ซึ่งต้องอาศัยคุณภาพลูกดอกที่มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งนั้นหมายถึงการทำเว็บให้มีความเป็น Content มากที่สุด และ  ลดความเป็น Spam ออกไป

มือใหม่ก็อาจจะงงอีกว่า แล้วเมื่อใช้สคริปสร้างเว็บให้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ได้เขียนเนื้อหาเอง แล้วจะให้เว็บมีความเป็น Content ได้อย่างไร?
คือไปมองในทิศทางเดียวว่า Content ก็คือตัวบทความแต่ละบทความ ซึ่งมันเป็นวิธีการมองของงานเขียนบทความคุณภาพ คือต้องเขียนแต่ละบทความ
ซึ่งเอามาใช้กับการใช้งานสคริปไม่ได้ แต่การสร้าง Content ให้กับเว็บที่สร้างอัตโนมัติจากสคริปก็คือการกำหนดทิศทางของเนื้อหา (Content) ในภาพรวมทั้งเว็บ
ให้ชัดเจนไปในทิศทางเดียวกัน นั้นก็คือการควบคุมตัว Products หรือ ตัวสินค้านั้นเอง
(วิธีการหา Niche Products ได้เขียนไว้ในบอร์ดแล้ว http://wpboard.net/index.php?topic=3413.msg28269#msg28269)

เทคนิคการเลือก Niche Products เพื่อให้เว็บออกมาในรูปแบบ Niche Site เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถกำหนดให้เว็บที่ได้มามันเป็น Content ในสายตา Google ได้ ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาเกือบจะสามปีแล้วว่า มันได้ผลจริง แถมยังสามารถนำเอาวิธีนี้ไปใช้ในงานเขียนเว็บคุณภาพด้วยมือได้ผลเป็นอย่างดี

แถมบางท่านอาจจะงงว่า แล้วคีย์เวิร์ดมันจะมาจากไหน ในเมื่อสคริปในเมื่อสคริปสร้างให้โดยอัตโนมัติ โดยมัวแต่ไปมองถึงคีย์เวิร์ดที่คนพิมพ์สั้นๆ (ยิ่งคำสั้นยิ่งคู่แข่งเยอะ และ แข็ง) เช่น Cheap EOS Digital SLR Cameras ซึ่งรูปแบบลักษณะของคำมันไม่ได้มีกลิ่นอายของการซื้อเลย มันสื่อถึงการค้นหาเบื้องต้ยเสียมากกว่า
คนจะซื้อกล้อง Digital SLR ซึ่งราคาไม่เบาเลย คงไม่ใช้คำลักษณะนี้เพื่อค้นหาแล้วซื้อเลย เพราะคนจะซื้อกล้อง Digital SLR คงต้องหาข้อมูลมาแล้ว รู้รุ่นที่ต้องการแล้ว
อาจต้องการดูเรื่องของราคา หรือ ค่าขนส่ง หรือ การรับประกัน มากกว่า

แล้วคีย์เวิร์ดจะมาจากไหน คีย์เวิร์ดที่ดีมันก็คือชื่อบทความสินค้านั้นแหละครับ เช่น
Canon EOS Rebel T6 Digital SLR Camera with 18-55mm EF-S f/3.5-5.6 IS II Lens + 58mm Wide Angle Lens + 2x Telephoto Lens + Flash + 48GB SD Memory Card + UV Filter Kit + Tripod + Full Accessory Bundle

นี่คือชื่อสินค้าตัวหนึ่งใน Amazon จะเห็นได้ว่ามันมีคีย์เวิร์ดอยู่ในนั้นมากมาย และ มีความเป็น LSI คือมีความเกี่ยวข้องกับ Digital SLR Cameras โดยเฉพาะด้วย
คงมองภาพออกนะครับว่าคีย์เวิร์ดมันมาจากไหน และ เป็นคีย์เวิร์ดที่มีกลิ่นอายของการซื้ออีกด้วย

แค่กำหนดทิศทางสินค้าในเว็บให้ออกมาเป็น EOS Digital SLR Cameras โดยเฉพาะแค่นั้นก็ได้ความเป็น Content ในระดับหนึ่งแล้ว
ที่เหลือก็เติมพลังลงไปในตัวเนื้อหาโดยการออกแบบ Landing Page ซึ่งสคริป Webpumps ได้ออกแบบให้ท่านปรับเปลี่ยนได้โดยอิสระ
ตัวอย่างง่ายๆ เช่นในตัวบทความใส่เป็น
{Cheap |Low Price |Best } {title}
หรือ
{Cheap |Low Price |Best } {keywords}

และยังมี Token อีกมากมายให้เล่น

ดังนั้นการที่จะหารายได้จากการทำเว็บจากสคริป จึงต้องเข้าใจความต้องการพื้นฐานของ Google และหลักการเน้น Content ให้กับเว็บ
เพื่อปรับเว็บให้ออกมาหวังผลในการสร้างรายได้ให้มากที่สุด แค่ท่านเลือก Niche Product เป็น แค่ปรับรูปแบบเว็บให้เป็น Niche Site ให้มากที่สุด
อีกนิดหน่อย นอกนั้นสคริปสร้างให้อยู่แล้ว ท่านไม่ต้องไปเสียเวลานั่งหาบทความให้ยุ่งยาก ใช้เวลาน้อยมากในการสร้างหนึ่งเว็บ
เมื่อมีเวลาท่านก็ทำเว็บเพิ่มเรื่อยๆ แต่ละเว็บที่ทำออกมามันคาดหวังได้มากกว่าการปั่นมั่วๆ มันก็จะกลายเป็นการปั่นคุณภาพนั้นเอง

และสุดท้ายมักจะมีคำถามมาว่า ทำโดเมนหลัก ซับโดเมน ซับโฟลเดอร์ ทำอะไรดีที่สุด หากอ่านเข้าใจในบทความที่เขียนมาก็จะมองออก
คือตรงนี้เราเน้นเว็บแต่ละเว็บให้ออกมามีคุณภาพก่อน เราไม่ได้ไปตั้งเป้าเรื่องของจำนวนเป็นตัวตั้งต้น ดังนั้นมันจึงจำเป็นต้องทำโดเมนหลักให้ออกมาดีที่สุดก่อน
แล้วค่อยไปคิดถึงเรื่องของซับโดเมน หรือ ซับโฟลเดอร์ ทีหลัง
หากนึกวิธีการไม่ออกลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ http://wpboard.net/index.php?topic=3520.msg28995#msg28995

และหากเป็นสคริป Lazada ยิ่งทำได้ง่ายขึ้นมากเพราะเราสามารถเลือกแสดงเฉพาะสินค้าที่เป็นภาษาไทยได้ ทำให้เราสามารถโฟกัสคีย์เวิร์ดเป้าหมายได้ชัดเจน ตรงกับ กลุ่มผู้ค้นหาที่เป็นคนไทยได้โดยตรง ยังมีเทคนิคอีกมากที่ต้องฝึกฝนเพื่อให้ได้เว็บออกมาดีที่สุด     

ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน จนถึง ปีใหม่ คือช่วงที่มีการซื้อมากที่สุดในรอบปี การลงมือทำเว็บต้องนับตั้งแต่วันที่ทำเสร็จสมบูรณ์ไปอีก 30-45 วัน จึงจะเริ่มเห็นผล
จากปีใหม่ จนถึง เมษายน ก็จะยังมีแรงซื้ออยู่แต่ไม่แรงเท่าช่วงแรก และจะค่อยๆลดลงในสินค้าราคาสูงๆ จนไปเริ่มนิ่งๆในช่วงปลายเดือนกันยายน
เพราะสินค้าราคาสูงๆ คนจะรอซื้อสินค้าลดราคาในเทศกาล BFD ,CMD ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน แต่สินค้าราคาถูกๆยังขายได้เรื่อยๆ     
ดังนั้นต้องวางแผนเรื่องเวลา เรื่องสินค้า และ เตรียมตัวให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงของรอบปี เพื่อให้ผลที่ได้ออกมาดีที่สุดนั้นเองครับ
   
 
หัวข้อ: Re: ►►► ปั่นเว็บอย่างไรให้ได้ผล◄◄◄
เริ่มหัวข้อโดย: nart3289 ที่ พฤศจิกายน 03, 2017, 07:28:10
ขอบคุณครับอาจารย์  :5fc0f220: